5 ผักพื้นบ้านต้านการลุกลามของมะเร็ง

admin
212

เราอาจมองหาผักผลไม้ที่อินเทรนด์มาก ๆ ในปัจจุบันมารับประทานในการดูแลสุขภาพ จนลืมไปว่าพืชผักสมุนไพรบ้านๆ ของเรานี่เองที่ต้านการลุกลามของมะเร็งได้ดี นอกจากนั้นยังช่วยบำบัดโรคอื่น ๆ ได้ด้วย ดังนั้นเราไปดูกันว่า 5 ผักที่ว่านี้ นอกจากโดดเด่นในเรื่องของมะเร็งแล้ว ก็ยังมีสรรพคุณอื่น ๆ อะไรอีกบ้าง และที่สำคัญยังหาได้ง่ายแสนง่ายด้วย

 

ตะไคร้

 

1.ตะไคร้

พืชที่จัดหาได้สะดวกและมีขายอยู่ตามตลาดสดทั่วไป หรือแม้แต่จะปลูกไว้เป็นพืชสวนครัวที่บ้านก็ได้ เราสามารถนำมาปรุงทำเป็นอาหารและเป็นยาสมุนไพรได้ นอกจากนั้นยังแก้อาการไข้ได้หลายอย่าง ตะไคร้เป็นพืชล้มลุกลำต้นตั้งตรงอยู่เป็นกอ ลำต้นส่วนที่อ่อนจะมีใบเรียงซ้อนสลับกันอย่างแน่นหนา

ในทางการแพทย์ได้นำมาพิสูจน์ว่า ในตะไคร้มีสารต้านอนุมูลอิสระอันเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดมะเร็งได้ และยังมีสรรพคุณสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรียได้ดี ในปัจจุบันมีการสกัดน้ำมันหอมระเหยจากตะไคร้หอมมาทำเป็นน้ำมันทาตัวป้องกันยุงกัดอีกด้วย

ในด้านโภชนาการและความสวยความงาม ได้นำน้ำมันหอม ระเหยที่ได้จากใบและลำต้นตะไคร้ มาทำกลิ่นอาหาร เครื่องดื่ม สบู่และน้ำหอม และส่วนที่ใช้เป็นยาคือลำต้นและเหง้า ซึ่งช่วยขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ คลื่นไส้อาเจียน ขับปัสสาวะ ช่วยย่อยอาหาร แก้เวียนหัว ช่วยในการการขับถ่ายเหงื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยขับประจำเดือน สามารถแก้นิ่วได้ด้วย

 

 

2.กะเพรา

กระเพาะเป็นไม้ล้มลุกและถือเป็นพืชผักสวนครัวของไทยเรามายาวนาน ส่วนที่นำมาใช้เป็นเครื่องปรุงอาหารคือใบ ซึ่งมีกลิ่นหอมฉุน มีอยู่ 2 ชนิดคือ กะเพราแดงและกะเพราขาว สามารถนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยซึ่งนำมาทำเป็นตัวยาได้หลายชนิด

กะเพราอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย เช่น ธาตุเหล็ก แคลเซียม วิตามินซี ใบกะเพรายังช่วยแก้ปวดท้องอันเกิดมาจากโรคกระเพาะได้ แต่เราเองก็ต้องดูแลตัวเองไปพร้อมๆกันด้วย การรับประทานอาหารให้ตรงต่อเวลาจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

นอกจากนั้น กะเพราะยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์บางชนิดได้  ต้นและใบนำมาใช้ทำเป็นยาชงเพื่อขับลม โดยการนำน้ำไปคั้น สารที่ได้จากใบจะมีฤทธิ์ขับเหงื่อ ขับเสมหะ ทั้งนี้ยังใช้ทาภายนอกได้ด้วยเพื่อแก้อาการขี้กลากและโรคผิวหนัง ส่วนของรากทำเป็นยาชงบำรุงธาตุและเจริญธาตุ บำรุงเลือด แก้ช้ำใน ส่วนของเมล็ดเมื่อนำไปแช่ในน้ำจนพองตัวเป็นเมือก ให้นำมาผสมกับน้ำพอกที่ตา เวลาผงเข้าตา สามารถจะดูดผงที่ตาออกมาได้


 

3.ผักคาวตอง

เป็นพืชสมุนไพรที่นำมาใช้ได้ทั้งต้น โดยการนำมาล้างให้สะอาดและตากให้แห้ง สรรพคุณทางยาใช้ทั้งต้น จะมีฤทธิ์เย็น รสฉุน ขับปัสสาวะ แก้บวมน้ำ บวมอักเสบ ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ โรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แก้โรคริดสีดวงทวาร ถ้าหากรับประทานเป็นประจำจะทำให้หายใจสั้นและถี่และอาจเป็นอันตรายได้

ในการนำต้นสดมาใช้ภายนอก จะใช้นำมาพอกฝี แก้บวมอักเสบ ใช้พอกตรงส่วนที่เป็นแผลเรื้อรังหรือโรคผิวหนัง นอกจากนั้นยังแก้พิษสัตว์กัดต่อย และช่วยให้กระดูกเชื่อมติดกันได้เร็ว ส่วนใบสด ให้นำเอามาผิงไฟให้นิ่ม ใช้พอกเนื้องอกต่างๆให้ยุบตัวได้ ส่วนดอกใช้ขับทารกที่ตายในท้อง โดยการต้มรับประทานติดต่อกันเป็นประจำและยังช่วยแก้โรคน้ำกัดเท้าด้วย

 

 

4.ชะพลู

ชะพลูเป็นไม้ล้มลุกมีใบคล้ายใบพลู ดอกชะพลูจะมีสีขาว เมื่อดอกแก่จะมีสีเขียว ทางภาคเหนือเรียกว่า “ปูนก” หรือ “ปูลิง” นำมาเป็นอาหารใส่แกงหรือซอยโรยหน้ากับอาหารต่าง ๆ ได้ ในส่วนของราก ใช้แก้เสมหะ ต้นของชะพลูแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ ส่วนผลแก้คอมีเสมหะและใบทำให้เสมหะนวด

นอกจากนี้ ชะพลูเป็นพืชที่มีแคลเซียมสูง ช่วยให้ฟันและกระดูกแข็งแรง และยังช่วยควบคุมการทำงานของหัวใจ ระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ช่วยในการแข็งตัวของหลอดเลือด ทำให้เลือดหยุดไหลเวลาเกิดบาดแผล เนื่องจากชะพลูเป็นพืชผักที่มีสารอาหารที่สำคัญ จึงช่วยให้อวัยวะต่างๆของร่างกายทำงานได้ตามปกติ

 

 

5.แคบ้าน

เป็นพืชพื้นบ้านที่รู้จักกันดี รับประทานได้ทั้งยอดอ่อนและดอก นำมาเป็นอาหารได้หลายอย่าง เช่น กินกับน้ำพริกได้ทั้งสดและต้ม นำไปทำเป็นแกงส้มดอกแค แกงส้มรวมมิตร ยอดอ่อนและใบอ่อนมีรสหวานมันส่วนดอกแคมีรสหวานอมขมเล็กน้อย

คุณค่าทางโภชนาการมีเส้นใย แคลเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก วิตามินเอ เบต้าแคโรทีน วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 ไนอาซิน วิตามินซี เมื่อทำการทดสอบในน้ำหนักที่เท่ากันระหว่างยอดแคกับดอกแค พบว่ายอดแคจะมีสารอาหารมากกว่าดอกแค ส่วนสรรพคุณทางยา ใช้ยอดอ่อนและเปลือกต้นดอก ช่วยดับพิษร้อน ถอนไข้พิษ แก้ท้องร่วง ท้องเดิน แก้ปวดศีรษะ แก้อาการไข้  นอกจากนี้ยังสามารถนำมาเป็นยาล้างแผลได้โดยใช้เปลือกต้นประมาณ 1 กำมือ ต้มในน้ำเดือดปริมาณไม่เกิน 5 แก้ว ต้มให้เดือด 30 นาทีก็จะได้น้ำยาล้างแผล

 

ขอบคุณข้อมูลภาพ : https://pixabay.com/